บทที่ 15 บท 10.1
“ไอ้ชิลิน มึงลองหันไปทางขวามือหน่อย ค่อย ๆ หันนะมึง อย่าให้เขารู้ตัว”
“อืม… แล้ว?”
“มึงเห็นพี่ผู้หญิงใส่เกาะอกปะ มึงว่าเป็นไง พี่เขาน่ารักไหม?” หลังจากที่เจ๋งบอกกันแบบนั้น คนที่ถูกบอกให้เลื่อนสายตามองไปยังทางขวามือของตัวเองก็ค่อย ๆ หันเหสายตามองไปยังผู้หญิงคนหนึ่งตามพิกัดของเพื่อนสนิทอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ให้คนที่กำลังถูกกล่าวถึงในบทสนทนารู้ตัว
“ก็ดี” ชิลินให้คำตอบกลับไป เมื่อเขาไม่แน่ใจว่าควรจะตอบแบบไหน มันถึงจะถูกใจคนฟัง
“จะมาก็ดีอะไรกันวะ พี่เขาน่ารักมากเลยต่างหาก” เจ๋งแก้คำพูดของชิลินให้ใหม่ หลังคำพูดของเขามันยังไม่ถูกใจเจ้าตัว
“โอเค น่ารักมากก็น่ารักมาก… แต่แล้วยังไงต่อ” ชิลินถามกลับไป เมื่อเขายังไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทต้องการอะไรจากเขากันแน่ ทำไมอีกฝ่ายถึงพูดถึงผู้หญิงคนนั้นให้เขาฟัง
“…”
“อะไร” ชิลินถามเจ๋งต่อเสียงงงพลางหลุบตามองแบงก์เขียวในมือตัวเองไปด้วย หลังจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ส่งเงินมาให้กัน
“มึงก็รู้นี่” เจ๋งไม่พูดเปล่า แต่เจ้าตัวยังมีการกะพริบตาปริบ ๆ ใส่ชิลินเหมือนต้องการอ้อนวอนกันอีกด้วย นั่นจึงทำให้ชิลินที่พอจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เนื่องจาก เหตุการณ์นี้มันไม่ใช่ครั้งแรกก็ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกับเพื่อนดี
“กล้ามโตซะป่าว แต่ทำไมขี้ป๊อดจังเลยวะ” ชิลินพูดทั้งคิ้วขมวดพร้อมทำท่าจะส่งเงินคืนเพื่อนตัวเองให้ได้ เมื่อเขาต้องการที่จะปฏิเสธสิ่งที่เจ๋งต้องการให้เขาทำ
“ห้าสิบก็ได้” อีกฝ่ายต่อรอง
“ไม่เอา ทุกวันนี้คนอื่นเขาคิดว่าเราเจ้าชู้เพราะเจ๋งเลยเนี่ย” ชิลินเอ่ยทั้งหน้างอและยังคงพยายามยัดเงินใส่มือเพื่อนอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่าตัวเจ๋งเองก็ไม่ยอมเช่นกัน
“แบงก์แดงก็ได้ เพราะกูอยากได้จริง ๆ” เจ๋งพยายามที่จะต่อรองกับชิลินอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวเห็นว่าห้าสิบบาทมันยังไม่สามารถซื้อชิลินได้
“จะให้ร้อยนึงเลยเหรอ” ชิลินที่เริ่มอยากได้เงินเพื่อนสนิทแล้วถามกลับไป
“เออ” อีกฝ่ายพยักหน้ากลับมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“งั้นก็ดีล” เพียงแค่เพื่อนสนิทยืนยันกลับมาแล้วว่าจะให้เงินเป็นจำนวนหนึ่งร้อยบาท เพื่อแลกกับการให้ชิลินเดินไปขออินสตาแกรมส่วนตัวจากผู้หญิงใส่ชุดเกาะอกโต๊ะนั้น ชิลินที่ไม่ได้มีความประหม่าใด ๆ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องของเขาจึงตอบตกลงทันที ก่อนที่เขาจะคว้าโทรศัพท์เจ๋งแล้วเดินไปหาผู้หญิงโต๊ะนั้น ท่ามกลางการจ้องมองของเจ้าสมุทร
“อะไรวะ มีผัวแล้วทำไมไม่บอก” หลังชิลินเดินกลับมายังโต๊ะและรับเงินค่าจ้างมาจากเจ๋งเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เขากำลังยัดแบงก์สีแดงลงใส่กระเป๋าตัวเองทั้งรอยยิ้มกริ่ม เสียงพูดของเจ๋งที่มันเต็มไปด้วยความเสียดายก็ดังขึ้นแทบจะทันที เมื่อสาวเกาะอกที่อีกฝ่ายเล็งในตอนแรกไม่โสดเสียแล้ว หลังเธอมีการลงรูปครบรอบการคบหากับแฟนหนุ่มในอินสตาแกรมส่วนตัว
“สมน้ำหน้า เสียเงินไม่พอยังเจ็บใจอีกต่างหาก” ชิลินได้โอกาสก็รีบพูดจาซ้ำเติมเพื่อนทันที เนื่องจากเขาปฏิเสธไปแล้วแท้ ๆ แต่เจ๋งก็ยังดื้อรั้นที่จะให้เขาทำแบบนั้นเอง
“นายเป็นเด็กเดินโต๊ะเหรอ” เจ้าสมุทรที่นั่งมองกันอยู่นานสองนานเอ่ยถามชิลินด้วยน้ำเสียงอึ้ง ๆ คล้ายกับเจ้าตัวนึกไม่ถึงว่าชิลินจะมีมุมนี้ด้วย
“ก็แค่บางวันน่ะ… เศรษฐกิจแบบนี้ รับทุกงาน เจ้าสมุทรสนใจใช้บริการเราไหม?” ชิลินที่เริ่มกรึ่ม ๆ เพราะเบียร์ที่เขากระดกรัว ๆ ไปก่อนหน้านี้เอ่ยกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใสกว่าในตอนแรกเล็กน้อย เมื่อตอนนี้อาการเกร็งที่ชิลินเคยมีต่อเจ้าสมุทรเริ่มลดทอนลงไปแล้ว
“แล้วนายเที่ยวเดินไปขออินสตาแกรมคนอื่นแบบนั้น นายไม่เขินหรือกลัวว่าเขาจะปฏิเสธบ้างเหรอ” เจ้าสมุทรถามต่อด้วยความใคร่รู้
“ไม่นะ”
“…”
“อาจเพราะมันไม่ใช่เรื่องของเราตั้งแต่แรกแหละมั้ง เขาจะให้หรือปฏิเสธเราก็คงไม่รู้สึกอะไร นอกจากทำตามหน้าที่ตัวเอง” ชิลินโต้ตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิดอะไรมากมาย จากนั้นเขาก็พูดเพิ่มเติม
“ไอ้พวกอยากจีบคนอื่นแต่ก็อยากทำเท่ ไม่กล้าเข้าหาเขาก่อนเนี่ย สมควรโดนเราเก็บเงินให้หมดเลย นี่ถ้าเรารับงานแบบนี้ทุกวันนะ เราน่าจะจ่ายค่าเทอมเองได้”
“แล้วชิลินไม่อยากเป็นคนเท่ ๆ แบบเพื่อนตัวเองบ้างเหรอ?” เจ้าสมุทรถามเพิ่มเติม เหมือนเจ้าตัวอยากรู้ความคิดของเขามาก
“ไม่ล่ะ เราคิดว่าเราไม่เหมาะกับการเป็นคนเท่ ๆ เท่าไร”
“…”
“ว่าแต่คนเท่ ๆ เขาต้องไม่กลัวผีใช่ไหม” คราวนี้ชิลินเป็นคนถามเจ้าสมุทรบ้าง โดยคำถามของเขาก็ทำให้เจ้าสมุทรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้ากลับมาให้กัน
“ก็อาจจะ” อีกฝ่ายตอบ
“งั้นเราเป็นคนเท่ไม่ได้หรอก เพราะเรากลัวผี” ชิลินบอกกลับไป เมื่อวูบหนึ่งในความคิดใบหน้าของเฉาก๊วยนมสดก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
